ดร. บุษกรณ์ ลีเจ้ยวะระ
- HOME
- Blogs
Growth Mindset กับ Fixed Mindset
โดย ดร.บุศ @mba kku
เราได้ยินคำว่า Growth Mindset กับ Fixed Mindset บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง direction ในการพัฒนาการศึกษาจากท่านสุวิทย์ที่เชื่อว่าคุณสมบัติที่ต้องสร้างและส่งเสริมในเด็กไทยและสังคมไทยคือ growth mindset มีอีกหลายๆคนระดับผู้นำที่บอกว่าอนาคตหลังโควิดไม่แน่นอน แต่สิ่งที่เราทำได้คือต้องมี resilience และ growth mindset เราไม่รู้ว่าลูกเราต้องเรียนรู้อะไรเพือให้มีงานทำในอนาคต แต่เค้าต้องมีคุณสมบัตินี้…
ถ้าเราแบ่งเด็กเป็นสองกลุ่ม ให้โจทย์ทำ หลังจากทำเสร็จแล้ว
ทีมที่ 1 คุณครูบอกว่า “เก่งมาก พวกเธอฉลาดมาก”
ทีมที่ 2 คุณครูบอกว่า “เยี่ยมมาก พวกเธอทำได้ดีมาก แสดงว่าพวกเธอมีความพยายามมาก”
ความต่างของสองกลุ่มนี้คือ กลุ่มที่ 1 ถูกปลูกฝังให้มี fixed mindset คือเชื่อว่าทำได้เพราะเก่ง ดังนั้นถ้าทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อยๆก็จะกลัวว่าสักวันจะทำไม่ได้และกลายเป็นคนไม่เก่ง
ในขณะที่กลุ่มที่ 2 ถูกปลูงฝังให้มี growth mindset คือเขื่อว่าถ้าพยายามก็จะทำได้ และรู้สึกว่าถึงไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไรเพราะได้พยายามแล้ว พวกเค้าจึงสนุกทุกครั้งที่ได้ทำโจทย์ที่ยากขึ้น
เราต้องการคนที่มี growth mindset ในการเติบโตองค์กรด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ แล้วจะดึงดูดคนที่มี growth mindset อย่างไรล่ะ …คนที่มี growth mindset ต้องการ 3 อย่างคือ
- Autonomy ความอิสระในการทำงาน เพราะคนพวกนี่ทำงานตลอดเวลา จะไปวัดผลงานที่จำนวนชั่วโมงตอกบัตรหรืออยู่ในออฟฟิสไม่ได้ แต่ควรจะวัดที่ ผลงาน ที่เรานิยมในปัจจุบันเรียกว่า OKR (Objective Key Results)
- Mastery คืองานที่ทำจะต้องทำให้เค้าเก่งขึ้น และเค้าจะสนุกที่ได้ทำงานกับทีมงานและผู้คนรอบๆตัวที่ทำให้เค้าเก่งขึ้น
- Purpose. เค้าต้องการเห็นว่างานของเค้ามีimpact กับผู้คนบนโลกใบนี้ ดังนั้นเค้าจะเลือกงานที่เค้ารู้สึกว่าเค้าได้สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เค้าให้ความสำคัญ เช่นถ้าเค้าให้้คุณค่าความสำคัญกับการศึกษาเค้าก็จะดึงดูดใจในการเข้าทำงานในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ดังนั้น purpose. หรือ mission
statement. จะเป็นสิ่งที่เค้าจะเลือกที่สอดคล้องกับ life purpose ของเค้า
ลองพิจารณาดูนะคะว่าเราจะฝึกลูกเราอย่างไรให้มี growth mindset. และเติบโตอยู่ได้อย่างมีความสุขไม่ว่าโลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร จะมีวิกฤติและความท้าทายใหม่ๆแบบไหนเข้ามาเค้จะรอดและเป็นที่ต้องการในตลาดในสังคม ไม่เป็นภาระ แล้วตัวเราเองล่ะจะฝึกอย่างไร เริ่มได้ง่ายๆโดยเลือกคบเพื่อนคบคนที่มี growth mindset. เลือกเสพสื่อและเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เรามี growth mindset เช่นกลุ่มในเฟสบุคที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ สร้างสรรค์ ถ้าเป็นองค์กรเป็นบริษัทก็ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อและส่งเสริมให้คนมี growth mindset เข่นกรณีของซีอีโอสัตยาของไมโครซอฟท์ที่พลิกฟื้นไม่โครซอฟต์ให้กลับมาเติบโตอีกครั้งอย่างไม่น่าเขื่อด้วยการทำให้คนในองค์กรหันหน้าเข้าหากัน. ไม่ใช่แข่งขันกัน ทำลายกำแพงกั้นระหว่างแผนก มี culture of growth mindset แล้ว growth ขององค์กรก็ตามมา
ตั้งแต่เด็กเราถูกปลูกฝังว่าต้องตอบข้อไหนถึงจะถูกและผิด อ้างอิงตำรา คุณครู. เจ้านาย …แต่เราลืมไปแล้วว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าคือ กาลามสูตร อย่าเชื่อแต่จงน้อมนำและพิสูจน์ด้วยตัวเอง
ต้องถามตัวเองอีกครั้งว่า เรามี growth mindset มั้ย…เพราะมันคือทักษะจำเป็นแน่นอนในโลกที่ไม่แน่นอน..
ดิชั้นเชื่อว่าตัวเองมี growth mindset และต้องการที่จะcontribute กับเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของคนไทยอีสาน การได้เข้ามาเป็นอาจารย์ MBA คือธรรมะจัดสรร ทำให้มีความสุขและอยากตื่นขึ้นมาทำอะไรบางอย่างทุกวัน..
*เครดิตและขอบคุณ mission to the moon. และ แปดบรรทัดครึ่ง สำหรับเรื่องราวแรงบันดาลใจ
Happy Reading++
อบุศ@mba kku – ดร. บุษกรณ์ ลีเจ้ยวะระ
เขียน: พฤษภาคม 2020
The Author
ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศทางธุรกิจ (BEC)
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ (MBA KKU)
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
-
Influencer Academy เปลี่ยนตัวตนคนธรรมดา17 Jun 2024 Events -
จูน อดีตแฟน หนุ่ม กะลา ยักยอกเงินของ13 Jun 2024 DrPisek -
การคำนวณหามูลค่าหุ้น ตอนที่ 3 P/E ratio13 Jun 2024 DrPisek -
การคำนวณหามูลค่าหุ้น ตอนที่ 213 Jun 2024 DrPisek -
การคำนวณหามูลค่าหุ้น ตอนที่ 113 Jun 2024 DrPisek -
The Fastest Horse06 Jun 2024 DrBuss