ดร. บุษกรณ์ ลีเจ้ยวะระ
- HOME
- Blogs
Brain Storming – สุมหัวอย่างไรให้ได้ไอเดียสร้างสรรค์
โดย ดร.บุศ @mba kku
รู้สึกมั้ยคะว่าการประชุมส่วนใหญ่มักกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Complaint Session หรือชั่วโมงที่ทุกคนบ่นและตำหนิบุคคลที่สามหรือบางทีก็ถกเถียงกันเอง หรืออาจจะเป็นการประชุมเพื่อทราบ
ในบรรยากาศการประชุมหารือ เราจะเจอะเจอคนสองประเภท คือ
- คนที่คิดสร้างสรรค์ที่มักจะเสนอความคิดเห็นต่างๆนานา กับ
- กลุ่มคนที่คอยตัดสินไอเดีย พิพากษาว่าดีไม่ดี ตำหนิติติง เหมือนไม่มีไอเดียไหนดีพอหรือเป็นไปได้เลย
คนกลุ่มแรกที่สร้างสรรค์ไอเดียมักบอกว่า ทำแบบนี้ดีมั้ย… แล้วถ้าทำแบบนี้ล่ะ,,, เคยเห็นคนนั้นเค้าทำแบบนี้แล้วดี เราน่าจะลองทำแบบนั้นบ้าง….
ในขณะที่ คนกลุ่มที่สองที่เป็นนักตัดสินไอเดียจะบอกว่า ไม่เวิร์กหรอกเพราะ….เคยทำมาแล้วไม่ได้ผลหรอก….ก็คิดซะแบบนี้งัย…เป็นความคิดที่ไช้ไม่ได้…เอาอะไรคิด…เป็นไปไม่ได้หรอก…ไม่ควรจะคิดแบบนี้….คิดแบบนี้ได้ยังงัย ไม่มีใครเค้าทำกันหรอก …บลาๆๆๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ กลุ่มแรกเกิดอาการช่าง….และท้ายที่สุดก็ไม่อยากออกไอเดียอะไร ในที่สุด ก็คืนสู่บรรยากาศประชุมเพื่อทราบ …
ในยุคที่ความคิดสร้างสรรค์สำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจ หากคุณเป็นผู้นำ อย่าบ่นว่าทำไมลูกน้องไม่ช่วยคิดช่วยทำ เพราะคุณเป็นคนทำให้เค้าเบื่อที่จะเสนอไอเดีย ยังงัยก็ถูกตีตกอยู่ดี ดังนั้น เทคนิคการประชุม (สุมหัว)ให้ได้งานที่สร้างสรรค์ คือ
ต้องแยกให้ออกระหว่างสองขั้นตอนนี้ – ออกไอเดีย แล้วค่อยไป ตัดสินไอเดีย
“The best way to get good ideas is to get lots of ideas and throw bad ones away”
Linus Pauling
ไอเดียที่ดีที่สุด เกิดจากไอเดียที่มากที่สุด แต่บ่อยมากที่เวลาถกกัน มันมักจะไม่ไปถึงไหน มีเทคนิคที่อยากแชร์สองเทคนิคคือ เราสามารถใช้กระดาษ Post-it ให้เป็นประโยชน์ เราจะได้ไอเดียที่ดีที่สุดก็ต่อเมื่อเราสามารถออกไอเดียจำนวนมากที่สุดได้ในเวลาที่กำหนด มีอีกหนึ่งวิธีที่ดิชั้นชอบมากกว่า คือ การนั่งหันหน้าเข้าหากันเป็นวงล้อมให้ทุกคนได้เห็นหน้ากันและกัน กำหนดกติกา “ห้ามบลัฟ(ข่ม) ห้ามเบลม(ตำหนิ)” คือ ไม่ให้มีการตำหนิหรือพูดจาข่มหรือเป็นลบเกี่ยวกับไอเดียที่เพื่อนพูดขึ้นมา แต่สามารถ “ต่อยอด” ไอเดียนั้นได้ โดยมีผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการคอยควบคุมกติกาและให้ทุกคนเสนอไอเดียโดยไม่สะดุด จากนั้น กำหนดโจทย์หรือหัวข้อ (เช่น การท่องเที่ยวชุมชน สินค้าโอท็อป อาหารไทย…) และเริ่มกระบวนการโดยให้แต่ละคนได้พูดถึงหัวข้อนั้นๆ โดยใช้คำว่า “ปิ๊งแว้บ <ไอเดียเกี่ยวกับหัวข้อการประชุม>” หากต้องการต่อยอดไอเดียของเพื่อนก็พูดคำว่า “ต่อยอด <ไอเดียเพื่อน> <ไอเดียของตน>” ไปที่ละคน วนซ้ายหรือขวาก็ได้จนครบคน กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่เราเรียกว่า “สุนทรียสนทนา (Dialogue)” จากนั้นเราถึงจะเริ่ม short list คือ การตัดสินไอเดีย ให้เหลือจำนวนที่น้อยที่สุด และท้ายสุดคือสรุปเอาไอเดียที่ดีที่สุดร่วมกัน
ขอบคุณแนวคิดแรงบันดาลใจและข้อมูลจาก:
- แนวคิดสุนทรียสนทนา โดยท่านอาจารย์ ดร. ภิญโญ รัตนาพันธ์ อาจารย์ประจำและเจ้าของวิชา Appreciative Inquiry ที่วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้ก่อตั้งสถาบัน Appreciative Inquiry Thailand
- แปดบรรทัดครึ่ง โดยคุณต้อง กวีวุฒิ
- Super Productive โดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ
Happy Reading++
อบุศ@mba kku – ดร. บุษกรณ์ ลีเจ้ยวะระ
2019-07-04
The Author
ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศทางธุรกิจ (BEC)
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ (MBA KKU)
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
-
Influencer Academy เปลี่ยนตัวตนคนธรรมดา17 Jun 2024 Events -
จูน อดีตแฟน หนุ่ม กะลา ยักยอกเงินของ13 Jun 2024 DrPisek -
การคำนวณหามูลค่าหุ้น ตอนที่ 3 P/E ratio13 Jun 2024 DrPisek -
การคำนวณหามูลค่าหุ้น ตอนที่ 213 Jun 2024 DrPisek -
การคำนวณหามูลค่าหุ้น ตอนที่ 113 Jun 2024 DrPisek -
The Fastest Horse06 Jun 2024 DrBuss