ดร. บุษกรณ์ ลีเจ้ยวะระ

Super Growth กระชากธุรกิจให้โต 200% พร้อมเครื่องมือทำให้ธุรกิจคุณโต

จากประสบการณ์จริงนักธุรกิจพันล้าน โดยผู้แต่งคือ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ป้อม)

สรุปโดย: ดร.บุศ@mba kku

เมื่อพูดถึงคุณป้อม ภาวุธ ก็จะนึกถึงเว็บห้างออนไลน์ที่ชื่อ ตลาดด็อทคอม (Tarad.com) ซึ่งถือเป็น The Legend ตำนานอีคอมเมิร์สของเมืองไทยก็ว่าได้ ที่ถือกำเนิดขึ้นโดยคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณป้อม ภาวุธ ในตอนนั้นเมื่อปี 2542 (ค.ศ.1999) ในตอนนั้น อีคอมเมิร์สเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับเมืองไทย เพราะอินเทอร์เน็ทก็ยังถือเป็นเป็นสิ่งใหม่ในเมืองไทย โดยเริ่มมีศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตประเทศไทย (Internet Thailand Service Center : ITSC) ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 (ค.ศ.1995) เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในเมืองไทย ซึ่งต่อมาก็คือบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ในปัจจุบัน คุณป้อมได้ขึ้นชื่อว่า ผู้มาก่อนกาล ถูกขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ส จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปัจจุบันนี้ คุณป้อม เป็น CEO อยู่ 4 บริษัท สร้างบริษัทสตาร์ทอัพที่มียอดขายมากกว่าร้อยล้านบาทหลายสิบบริษัท เป็นนักลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพมากกว่า 50 บริษัท มียอดขายรวมประมาณ 2,700 ล้านบาท มีพนักงานรวมกันประมาณ 1,400 คน นอกจากนี้ยังถือเผยแพร่แนวคิด ความรู้ ประสบการณ์ให้กับผู้อื่นผ่านการเขียนหนังสือ การเป็นคอลัมนิสต์ จัดรายการวิทยุ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ การเขียนบล็อก และก่อตั้งสมาคมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจดิจิทัลของเมืองไทย ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยในเศรษฐกิจไร้พรมแดนนี้ เรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อวงการธุรกิจออนไลน์ของเมืองไทยตัวจริงเสียงจริงที่พิสูจน์แนวความคิดของตนเองผ่านการลงมือทำ และหนังสื่อเล่มนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเล่มที่คุณป้อมต้องการแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการเติบโตธุรกิจแบบก้าวกระโด 200% ให้ผู้อ่านได้รับทั้งแรงบันดาลใจ เทคนิคและเครื่องมือในรูปแบบเท็มเพลตให้ดาวน์โหลดได้ฟรี โดยไม่หวงวิชาแม้แต่น้อย ในมุมมองของ BEC เป็นหนังสือที่เรียกว่า Easy Read อ่านจบได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม อ่านสร็จแล้วต้องรู้สึกว่า ชีวิตฉัน เสียเวลาไปกับอะไรกันเนี่ยตั้งหลายสิบปี ตั้งคำถามกับตนเองว่า สายไปมั้ยนะ ?? แต่..ตั้งเป้าแล้วลงมือทำซะ ดีกว่าปล่อยชีวิตไปตามกระแสสังคมโซเชียล ความอยากที่ไม่มีวันได้ เพราะไม่ทำอะไรที่เป็นแก่นและสาระเลยแน่นอน^^

บทที่ 1 เริ่มต้นด้วย การตั้งเป้าหมายและลงมือเดินทางสู่ความร่ำรวยด้วยเทคนิค TWH

T คือ Target ตอบตนเองและตั้งเป้าหมายว่า มี “เท่าไหร่” ถึงเรียกว่า “รวย”

W คือ When เมื่อไหร่ ถึงจะถึงเป้าหมาย กำหนดเวลาว่าเมื่อไหร่ ตอนนี้อายุเท่าไหร่ จะอีกกี่ปีจะถึงเป้าหมาย

H คือ How อย่างไร แล้วจะทำอย่างไรถึงจะสามารถสร้างรายได้เท่ากับจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้ตามกำหนดเวลานั้น ซึ่งการสร้างรายได้มีหลายวิธี ได้แก่

  1. รายได้จากการทำงาน ทั้งงานประจำและงานเสริม
  2. รายได้จากการออม ในรูปแบบดอกเบี้ย
  3. รายได้จากการทำธุรกิจ ในรูปแบบเงินปันผลจากกำไรของกิจการ
  4. รายได้จากสินทรัพย์ เช่น ค่าเช่า
  5. รายได้จากการลงทุนในตลาดหุ้น คริปโต กองทุน สหกรณ์ เป็นต้น
  6. รายได้จากการขายสินทรัพย์

บทที่ 2 พูดถึง สามระยะของธุรกิจ ได้แก่ระยะของ

  1. Idea Stage การปั้นไอเดียให้เกิด โดยเริ่มจากการหาไอเดียธุรกิจที่ต้องการทำ มีความแตกต่างชัดเจน วาง Business Model สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เรียกว่า Prototype หรือ MVP จากนั้นทดลองตลาดและประเมินผลตอบรับ
  2. Growth Stage ช่วงของการเติบโต ทั้งนี้นอกจากผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจที่ดี สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางเป้าหมายและ KPI การวางแผนและบริหารทรัพยากรบุคคล กาวางแผนและบริหารการเงิน บัญชีและงบประมาณ การบริหารการดำเนินงาน สื่อสารและการประสานงาน และสุดท้ายคือการวางแผนกลยุทธ์และการตลาด
  3. Scale Stage ระยะในการขยาย ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือ การขยายตลาดและช่องทางการจำหน่าย การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ การเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการ และการพิจารณาว่าจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์หรือไม่

บทที่ 3 พูดถึง 9 ขั้นตอนสู่การสร้างธุรกิจเติบโต 200% ซึ่งได้แก่

  1. โมเดลธุรกิจ ซึ่งคุณป้อมได้รวบรวมเอาไว้ให้ถึง 11 โมเดลธุรกิจโดยที่เราอาจจะทำผสมผสานกันได้ เข่น การทำ Freemium ประกอบกับการขายโฆษณา เช่น Spotify และ YouTube
  2. แหล่งทุน ซึ่งคุณป้อมเปรียบเทียบให้เห็นแหล่งทุนของ SME องค์กรขนาดใหญ่ และสตาร์ทอัพ ว่า เอสเอ็มอีที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กมักจะเสียเปรียบเพราะแหล่งทุนมักจะมาจากตนเอง คนใกล้ตัวและธนาคาร ซึ่งดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ในขณะที่การเติบโตจะมุ่งเน้นในการแสวงหากำไร ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่มีข้อได้เปรียบเนื่องจากสามารถได้เงินทุนจากสถาบันการเงินหรือการออกหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า และสตาร์ทอัพที่ไม่มีดอกเบี้ยเนื่องจากสามารถหาแหล่งทุนจากนักลงทุนได้และมุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจมากกว่าการหากำไรในช่วงแรก
  3. การพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งต่อยอดจากการทำ MVP ในช่วงแรก ในการเติบโตจะต้องมีการวางแผนพัฒนาสินค้าบริการที่ชัดเจน (Product Roadmap and Timeline) และมีการสื่อสารให้กับคนในองค์กรรับทราบเพื่อดำเนินการร่วมกัน
  4. เป้าหมายและตัวชี้วัด โดยตั้งเป้าในเชิงปริมาณและหลีกเลี่ยงเชิงคุณภาพ สามารถใช้เทคนิคในการตั้งเป้าหมายในเวอร์ชั่นคุณป้อมที่ดัดแปลงจากหลักการเดิม คือ SMART ที่มาจากคำว่า Specific Measurable Aggressive Realistic และ Timing และยิ่งเราสามารถตั้งเป้าเป็นเดือน อาทิตย์ และรายวัน ได้ก็จะยิ่งเห็นภาพรวมการดำเนินงานได้ชัดเจน
  5. เตรียมคนและทรัพยากร โดยจะต้องวางโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน สอดคล้องกับแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการและแผนการเติบโตองค์กรที่วางไว้ เทคนิคการคัดเลือกทีมงาน สามารถใช้เครื่องมือวัดบุคลิกภาพมาประกอบกับการสัมภาษณ์และประวัติต่างๆร่วมด้วยเพื่อให้สามารถวางแผนจัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมสอดคล้องกับงาน มีการเติบโตไปกับการเติบโตองค์กร อยากได้คนเก่งต้องยอมจ่ายและการสร้างลูกน้องให้เก่งโดยเปลี่ยนคำสั่งเป็นคำถามเพื่อให้พวกเขาได้คิด ได้ลองและรับผิดรับชอบ กล้าคิดกล้าทำ เกิดการพัฒนาตนเองเสมอ
  6. การวางแผนการเงิน ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญได้แก่ ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ (CAPEX) รายได้เป้าหมายเท่าไหร่ (Revenue) ต้นทุนสินค้าบริการเท่าไหร่ (Costs of Goods and Services) ค่าบริหารจัดการเท่าไหร่ (OPEX) โดยตัวเลขเหช่านี้จะต้องมีการวางแผนเป็นรายปีแล้วแยกย่อยออกมาเป็นรายเดือน
  7. การสื่อสารและทำงานร่วมกัน ซึ่งคุณป้อมค่อนข้างเน้นในเรื่องการสื่อสารว่าเป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจและการบริหารทีม ทั้งนี้ควรทำควบคู่กันทั้ง face to face เช่นการทำ Town Hallเพื่อประชุมรวมอัพเดทข่าวสารทั้งองค์กร การประชุมแบบ Standup Meeting ใช้เวลาสั้นๆ ในการเล่าแบ่งปันภายในทีมและข้ามทีม รวมไปถึงการใช้เครื่องมือต่างๆในการพูดคุยและประสานงาน ติดตามงานและ KPI ต่างๆด้วย ช่วยให้ลดต้นทุน เวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรได้
  8. เทคโนโลยีขับเคลื่อนองค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้รวดเร็วด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ง่ายในความผันผวน จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูล การดำเนินงาน (Automation) วิเคราะห์ วางแผนและตัดสินใจ คุณป้อมจึงได้แนะนำเครื่องมือหลายอย่างทั้งฟรีและเสียเงิน (เพียงเล็กน้อยเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ) ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ทอัพและ SME สามารถนำไปปรับใช้ได้ สามารถลดต้นทุน ลดคน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้
  9. การตลาดและการสร้างแบรนด์ คุณป้อมนำเสนอขั้นตอนง่ายๆ คือ เริ่มต้นจากกำหนดกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์คู่แข่ง กำหนดกลยุทธ์ กำหนด KPI ดำเนินการ และติดตามผล

บทที่ 4 กลยุทธ์ P.O.M สร้างการเติบโต 200% มีอยู่ 3 องค์ประกอบได้แก่

P = People and Responsible คนที่จะรับผิดชอบรายได้ในแต่ละธุรกิจและส่วนงานนั้นๆ

O = Outcome and KPI ผลลัพธ์หรือเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดชัดเจนพร้อมตัวชี้วัด แต่ละคนต้องทำอะไร เมื่อไหร่ เท่าไหร่เพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้น

M = Multi-Revenue Engine ควรมีรายได้มากกว่า 1 ช่องทาง

บทที่ 5 ตัวอย่างการเติบโตแบบก้าวกระโดด

ในบทนี้ก็จะพูดถึงเส้นทางการเติบโตของ Tarad.com Wisesight และ PaySolution ซึ่งสรุปออกมาว่าเทคนิคการขยายธุรกิจมีหลายวิธีตั้งแต่การสร้างสตาร์ทอัพ Startup การซื้อหรือควบรวมกิจการ (Acquisition and Merged) รวมไปถึงการเข้าไปเป็นนักลงทุน (Invest)

บทที่ 6 กฏและเทคนิคการสร้างโชคให้ตนเอง ได้แก่

  1. อย่ารอ (Do not wait)
  2. อย่าหยุดคิด (Don’t stop thinking)
  3. ทุกอย่างเป็นไปได้ (Everything is possible)
  4. จงคิดต่าง (Think different)
  5. ลงมือทำ (Just do it) และทำทันที (Do it now)
  6. มองโลกในแง่ดี (Be positive)

เมื่ออ่านจบ คงไม่มีใครแปลกใจว่าทำไมคุณป้อมถึงประสบความสำเร็จ แน่นอนความล้มเหลวย่อมมีอยู่ระหว่างทาง แต่ทัศนคติทั้ง 6 ข้อ BEC เชื่อว่าทำให้คุณป้อมเป็นคุณป้อมในวันนี้ BEC เชื่อว่า ไม่มีอะไรได้มาง่าย และถ้าอยากได้ มันก็ไม่ได้เกินศักยภาพของคนที่อ่านบทความนี้จบเช่นกัน มีหลายเทคนิคพร้อมกับเท็มเพลตที่สามารถนำไปใช้ได้ ลองปรับใช้ดูนะคะ เพื่อความสำเร็จในแบบของคุณเอง^^

#BEConBooks
#MBAKKU
#BEC #BookReview
Happy Reading ++
ดร.บุศ @mba kku – ดร. บุษกรณ์  ลีเจ้ยวะระ
14-04-2024

Scroll to Top